Home บทความ / เอกสาร วิธีการเพ่งกสิณ
วิธีการเพ่งกสิณ
Monday, 28 August 2006 15:39

วิธีการเพ่งกสิณ

The way to Gaze at Kasina

เนื่องจากการทำสมาธิด้วยวิธีเพ่งกสิณนี้ เป็นวิธีฝึกจิตด้วยการมองวัตถุเพื่อทำจิตให้นิ่งอยู่กับสิ่งที่มองนั้น ดังนั้นแผ่นกสิณกับตำแหน่งที่วางแผ่นกสิณจะต้องปราศจากสิ่งที่จะมารบกวนสายตาในเวลาเพ่งกสิณ เพื่อให้จำเฉพาะภาพกสิณที่เราต้องการ ไม่มีสิ่งอื่นติดมาในนิมิตด้วย

วิธีเตรียมสถานที่สำหรับจะทำสมาธิด้วยวิธีเพ่งกสิณนี้ อันดับแรกจะต้องหาแผ่นกสิณที่จะเพ่งมาได้เสียก่อน (ปัจจุบันมีจำหน่ายแล้ว) พร้อมกับหาสถานที่เหมาะๆ ในการทำสมาธิ แล้วตั้งจิตเป็นกุศลพร้อมกับกล่าวคำสมาทานกสิณเสียก่อนแล้วจึงทำการเพ่ง หรือ ตามแต่สะดวกอาจจะไม่กล่าวก็ได้

ในการเพ่งกสิณนั้น มีวิธีการที่จะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับกสิณและวิธีการเพ่งแบบง่ายๆ ดังนี้

1.หาสถานที่ตั้งต้องเป็นผนังว่างๆ ไม่มีสิ่งอื่นปะปนอยู่ด้วย  (ห้ามตั้งหน้าโต๊ะหมู่หรือผนังห้องที่มีรูปภาพอื่นๆ รวมอยู่ด้วย เพราะภาพอื่นๆ จะปรากฏเห็นในนิมิตด้วย)

2.ตั้งแผ่นกสิณให้ห่างจากตัวผู้เพ่งประมาณ 1 เมตร 10 เซนติเมตร หรือ 2 ศอกกับ 1  คืบ หรือวัดง่ายๆ ด้วยการนั่งตัวตรงด้านหน้าแผ่นกสิณแล้วยื่นมือเหยียดตรงออกไปไม่ถึงแผ่นกสิณประมาณ 1 คืบ เท่านี้ก็ได้ระยะที่พอดีแล้ว

3.ตั้งไว้แผ่นกสิณไว้สูงในระดับสายตาของเราพอดี (เท่าขาตั้งแผ่นกสิณจริงที่ทำให้สำเร็จรูปแล้วในชุดกสิณ)

4.ถ้าตั้งแผ่นกสิณชิดฝาผนังเกินไป เวลาเปิดไฟเพ่งในตอนกลางคืนจะทำให้มีเงาแสงไฟรอบๆ แผ่นกสิณ ให้ขยับแผ่นกสิณออกห่างจากฝาผนังนั้นจนไม่มีเงาแสงไฟ

5.ถ้ามีแสงสะท้อนบริเวณแผ่นกสิณ ให้ปรับหน้าแผ่นกสิณออกจากแสงสะท้อนนั้น

6.เริ่มเพ่งมองแผ่นกสิณ ณ ตรงจุดกึ่งกลางของแผ่น โดยใช้เวลาในการมองแต่ละครั้งประมาณ 10 - 15 วินาที (นานสุดไม่ควรเกิน 1 นาที) แล้วหลับตาลงเพื่อให้ภาพกสิณติดตา

7.ใช้เวลาหลับตาประมาณ  5 - 10 วินาที เพื่อดูภาพกสิณที่ติดตา ซึ่งจะปรากฏขึ้นมาให้เห็นในเวลาหลับตา เมื่อภาพนั้นหายไปให้ลืมตาขึ้นมาเพ่งใหม่อีกครั้ง

8.ให้ภาวนาชื่อของแผ่นกสิณในใจไปด้วยทุกครั้งทั้งในเวลาเพ่งแผ่นกสิณ และในเวลาหลับตานึกภาพกสิณที่ติดมาในนิมิต

9.ใช้จิตนึกบังคับภาพสีที่เห็นในนิมิตนั้นให้เปลี่ยนเป็นสีเดียวกันกับแผ่นกสิณจริงที่เพ่ง เช่น เพ่งกสิณสีแดง ภาพที่ติดตามาอาจเป็นสีเขียว แต่ในใจให้นึกบังคับภาพเขียวนั้นให้กลับเป็นสีแดงเหมือนแผ่นกสิณจริงที่เพ่ง

10.เมื่อภาพสีในนิมิต (อุคคหนิมิต)ได้กลายมาเป็นสีเหมือนกันกับกสิณจริงที่เพ่งได้แล้ว (ปฎิภาคนิมิต)ให้หยุดเพ่งแผ่นกสิณนั้น แล้วนั่งหลับตาเพ่งภาพสีในนิมิตนั้นต่อไป โดยให้ฝึกหัดบังคับให้ภาพนั้นขยายใหญ่ขึ้นหรือให้เล็กลง หรือให้ลอยไปมาตามที่จิตของเราสั่ง  จึงจะถือว่าสำเร็จในการเพ่งกสิณชนิดนั้นๆ

ในการเพ่งกสิณแต่ละชนิดนั้น  มีหลักการอยู่อย่างหนึ่งว่า  จะต้องกล่าวคำภาวนาชื่อของกสิณตามชนิดของกสิณที่เพ่งนั้นกำกับไปด้วยทุกครั้ง  ทั้งนี้ก็เพื่อให้จิตกำกับอยู่กับกสิณนั้นๆ และเป็นการบังคับนิมิตกสิณให้เปลี่ยนไปเป็นสีเหมือนแผ่นกสิณที่เพ่งด้วย  ถ้านั่งมองเพียงอย่างเดียวภาพนิมิตนั้นจะทรงตัวอยู่และไม่เปลี่ยนไปตามที่เราต้องการ  ดังนั้น ต้องภาวนากำกับจิตไปด้วยทุกครั้งในเวลาเพ่งกสิณ  โดยคำภาวนานั้นก็จะภาวนาไปตามชนิดของสีกสิณแต่ละกสิณ ดังนี้

 

ถ้าเพ่งกสิณสีแดง ให้ภาวนาในใจว่า โลหิตะกัง       โลหิตะกัง  แปลว่า สีแดง หรือ แดง แดง....(Red  Red ...)

ถ้าเพ่งกสิณสีเขียว ให้ภาวนาในใจว่า  นีลัง  นีลัง   แปลว่า สีเขียว หรือ เขียว เขียว... (Green or Blue ...)

ถ้าเพ่งกสิณสีเหลือง  ให้นึกภาวนาในใจว่า  ปีตะกัง  ปีตะกัง แปลว่า สีเหลือง หรือ เหลือง เหลือง...(Yellow  Yellow..)

ถ้าเพ่งกสิณสีขาว ให้นึกภาวนาในใจว่า  โอทาตัง     โอทาตัง  แปลว่า สีขาว หรือ  ขาว  ขาว...(White  White..)

คำภาวนาทั้งหมดนี้  ให้ภาวนาทุกครั้งเวลาเพ่งกสิณทั้งในเวลาเพ่งและหลับตานึกถึงภาพนิมิตกสิณ  แม้ในช่วงเวลาที่เกิดภาพนิมิตกสิณขึ้นมาใจ (อุคคหนิมิต - Handle Image or Opposite Sign ) ได้แล้ว  ก็ยังคงภาวนาต่อไปตามเดิมจนกว่าภาพนิมิตนั้นจะเป็นสีเหมือนกับแผ่นกสิณจริง (ปฏิภาคนิมิต นิมิต - Really Image or truthfully Sign) จึงหยุดเพ่งแผ่นกสิณ

เมื่อสามารถทำภาพสีนิมิตในใจให้เป็นสีเหมือนแผ่นกสิณจริงได้แล้ว  ต่อไปให้นั่งหลับตาเพ่งภาพนิมิตในใจเพียงอย่างเดียว   ไม่ต้องลืมตาขึ้นมาเพ่งแผ่นกสิณอีกแล้ว เพื่อฝึกให้ภาพนิมิตนั้นขยายเล็ก ขยายใหญ่ขึ้น หรือให้ลอยไปลอยมา ให้หายไปหรือให้ปรากฏขึ้นมาใหม่ก็ได้ ให้ทำจนเกิดความชำนาญมากๆ  อย่างคล่องแคล่วว่องไว นึกจะทำสมาธิครั้งใดก็ให้ปรากฏขึ้นมาได้ทันทีในเวลานั้น

 

อนึ่ง ถ้าภาพกสิณนั้นหายไปในขณะที่ฝึก ให้นั่งนึกดึงภาพกลับมาไปเรื่อยๆ จนกว่าภาพนั้นจะปรากฏขึ้นมาอีกแล้วให้นั่งเพ่งต่อไป แต่ถ้านึกแล้วภาพกสิณนั้นไม่กลับมาปรากฏอีกจนหมดความสามารถแล้ว ให้กลับไปนั่งเพ่งแผ่นกสิณจริงอีกครั้งหนึ่งจนสามารถดึงภาพนิมิตนั้นกลับมาปรากฏเหมือนเดิมแล้วจึงหยุดเพ่งแผ่น  แล้วหันกลับมาเพ่งภาพในสัญญาต่อไป  และให้ทำเหมือนเดิมกับที่กล่าวมาแล้วทุกครั้งไป